เอเองครับ's profileคิดถึงเรา เราน่ะเราPhotosBlogLists Tools Help

Blog


    July 15

    อย่าเศร้าไปเลย น้องรัก

    โลกมันเลวร้ายอย่างนี้แหละ จะเป็นคนที่เข้มแข็งได้ ก็ต้องอยู่ยืนบนโลกนี้ให้ได้
     
    โลกไม่ได้จงใจทำร้ายเรา และโลกก็คงไม่ได้อุปโลกน์ให้ใครโดดเด่นและสูงศักดิ์ คนเรามันก็มีทั้งดีและเลวทั้งนั้น
     
    ดีเลว ไม่ได้สร้างมาง่ายๆ เลวก็ทำยาก ดีก็ยิ่งลำบาก ขอให้เรามีจุดยืนบนโลกนี้ จะเป็นอะไร
     
    แม้ไม่มีใครมอง แม้ไม่มีคนเห็น แม้โลกไม่อยากจำ แค่เราได้ทำมันลงไปด้วยใจที่แน่วแน่
     
    ดีเลวอยู่ที่เรา เห็นต้องสนใจใคร อยากเป็นโจร ก็ขอให้ปล้นฆ่าให้ได้สมดังใจหมาย อยากทำดี
     
    ก็ขอให้ทำจนพระยกย่องฟ้องเพื่อนนับถือ
     
    แต่พี่ขออย่างหนึ่งนะ ตอนนี้บ้านเมืองเรา มันมีแต่พวกสัตว์นรกคอรัปชั่น โกงกิน สับปรับ ปริ่นปร่อน กะร่อน ตอแหล หน้าหนา
     
    สันดานควาย ยัดเข้ ชิงแย้ ข่มขืนเฮ่ มาเกิด แม่งเอ๋ย เพราะอย่างนี้ พี่อยากให้น้องเป็นคนดี คนดีที่จริงใจ ไม่ตอผุด ไม่หลุดแหล
     
    อืม .. เป็นคนดีนะ แม้โลกจะเลวร้าย..
    June 10

    บทกลอนสอนอดีตนายก

    รวย แต่ยังเป็นทุกข์มาก
    มีเกียรติ แต่ยังเป็นทุกข์มาก
    มีชื่อเสียง แต่ยังเป็นทุกข์มาก
    นั่นเป็นเพราะว่า...
    ความทุกข์มากหรือทุกข์น้อย
    ไม่ได้อยู่ที่ฐานะ เกียรติยศ ชื่อเสียง
    แต่อยู่ที่...
    "ความยึดมันถือมั่น"
    มากหรือน้อยกว่ากันเท่านั้น

    เฟี๊ยววววววววววววว .. (คนเขียน มันวิ่งหายไปแล้ว)


    May 03

    เรื่องมันก็เท่านี้

    ทำไมมันมีแต่อะไรแย่ๆว่ะเนี่ย ไล่ไปตั้งแต่เล็บคบยันชาติบ้านเมือง กูจะบ้า แต่เล็บขบเนี่ยแม่งโคตรเจ็บ ตอนนี้ขอร้องให้กับเล็บที่ขบก่อน ช่วงนี้เรื่องเซ็งๆดันมาเกิดพร้อมกัน กูต้องเลือกร้องในเรื่องใกล้ตัวก่อน เดี๋ยวเล็บกูหายนะ กูจะมาร้องกับอะไรดีฟะเนี่ย แผ่นซีดีกูเจ๊งไปทีล่ะแผ่น (แต่ mp3 ไม่เห็นแม่งเจ๊ง) เพลงใหม่ไม่ว่าหรอก เพลงเก่าๆนี่สิ ยิ่งไปถามหาตามร้านนะ แม่งบอกว่ากูกวนตีนมันอีก ก็กูหาจริงๆ กูเห็นมึงขายเทปขายซีดีก็ลองถามดู ไม่มีก็บอกไม่มี ชอบทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากอย่างนี้สิ
    เออเมื่อวานได้ไปนั่งทะเลพัทยามา ที่หาดจอมเทียน ก็ได้ไปนั่งในที่เก่าๆ คิดถึงเรื่องเก่าๆ คิดถึงโอ๋นะ เวลามันผ่านไปเร็วดี เผลอแป็บเดียวก็ 11ปีแล้ว 14 กุมภา 1996 ไม่ได้จำได้หรอกนะ แต่วันที่ ที่ติดอยู่ในมุมล่างด้านขวาของรูปถ่ายมันบอก พี่ไม่ค่อยได้สังเกตมันหรอกตั้งแต่โอ๋ส่งรูปถ่ายให้ มาเห็นเอาตอนหลังก็แปลกใจดีเหมือนกัน แต่แปลกใจที่เวลาแค่ 4 วันจะทำให้เราสนิทกันได้ขนาดนั้นมากกว่า แรกๆที่เจอก็จำไม่ค่อยได้แล้วนะ ว่าเราเจอกันยังไง แต่จำได้ว่าเราพักโรงแรม เวลคัม จอมเทียน ด้วยกัน ก็เกือบทั้งหมดล่ะ ตอนนั้นก็คงเหมือนตอนนี้ ไม่อยากวุ่นวายกับใคร แต่มันก็มีโอ๋เนี่ยแหละ เฮ้ยมานั่งรอหน้าห้อง เพื่อรอไปกินข้าว ว่างจากประชุม ก็ต้องมาชวนไปเดินเที่ยวทะเล เฮ้ย ยังไม่ได้อาบน้ำเลย มานั่งรอหน้าห้องแล้ว อะไรฟ่ะ น่าเบื่อจริงๆ เด็กคนนี้
    พวกเรามาจากต่างโรงเรียน เวลามาประชุมกันทั้งประเทศ (งานอชท.) จะถูกจัดให้พักคละกันไป (ชายส่วนชาย หญิงส่วนหญิงนะ หรือกูคิดคนเดียว) ห้องผมอยู่สามคน จำพวกมันไม่ได้แล้ว แต่จำคู่อริได้ มันอยู่หนองคาย มันดันเสือกชอบโอ๋ เย็นวันนึงมีงานเลี้ยง มีเหล้าด้วยเฟย พวกผู้ชายก็เมากันนิดหน่อย งานยังไม่เลิกผมขึ้นมาบนโรงแรมกับโอ๋ แล้วก็แยกกันห้องใครห้องมัน ผมเข้าไปห้องผม เจอคู่อริ คงเมาได้ที่สิมึง แม่งยืนชี้หน้าด่ากูว่าโง่ (หรือจะจริง) มันบอกว่าผู้หญิงให้ท่าขนาดนั้นไม่เอา (เออหรือว่าจริง) แต่กูไม่ได้คิดอะไรนี่หว่า ก็เลยถามมันแล้วมึงเสือกอะไร มันก็บอกว่าถ้ามึงไม่เอากูจะเอาเอง กูแม่งทนไม่ไหวว่ะ ผลักอก และตบหน้ามันที บอกมันว่ามึงคิดงี้หรอ เพศแม่มึงนะโว้ย น่าทางแม่งไม่ได้เมามานิดๆว่ะ ตบล้มลงเตียงแล้วแม่งหลับไปเลย กูก็คงมิอาจหลับที่ห้องนี้แล้วล่ะหว่า เผื่อกูหลับแม่งตื่นมา แอบต่อยกูตอนหลับกูไม่กลัวหรอก กลัวแม่งตุ๋ยตูด คงนอนห้องนี้ไม่ได้แล้ว ห่าแล้วไปนอนไหนว่ะ เอาว่ะไปขอนอนห้องโอ๋ดีกว่า (ฮั่นแน่ อย่ารีบคิดตอนจบดิ อ่านต่อก่อน) ไปเคาะประตูห้องโอ๋ โอ๋ก็พักอยู่สามคนเหมือนกัน ผมเข้าไปเล่าความเป็นมาให้โอ๋ฟัง หนึ่งห้องมีเตียงสองเตียง แต่สามารถยกแยกอีกได้ ห้องนี้ ก็ทำเช่นนั้น คือ อีกเตียงนึงแยกเป็นสอง ก็จะได้ที่นอนเป็นของใครของมัน โอ๋ให้ข้อมูลผมว่า โซนที่พักของพวกผู้หญิงจะมีเจ้าหน้าที่เดินตรวจทั้งคืน หากถูกเคาะประตูพี่เอต้องหลบดีๆ เวรล่ะกู ถูกจับได้ดังแน่ ผมจำภาพตอนนั้นได้ดี ผมนั่งฟุบคุยกับโอ๋ตรงขอบเตียงโดยที่โอ๋นอนห่มผ้าห่มปกติ และมีสองสาว นอนสังเกตการอยู่ไม่ไกลนัก มารู้ทีหลังอีกทีก็หลายปีว่าหนึ่งคนในห้องนั้นก็คือเอ๋ น้องสาวแท้ๆของโอ๋ ช่วงสามทุ่มถึงเที่ยงคืน มีเจ้าหน้าที่เดินมาสองสามครั้ง ผมก็เสียวทุกครั้ง เราคุยกันหลายเรื่องมากๆ จนเที่ยงคืน ไม่อยากรบกวนแล้วเห็นโอ๋ ง่วงนอนแล้วด้วย โอ๋ชวนให้พักด้วย แต่ผมทำแมน ขอไปตายเอาดาบหน้าเที่ยงคืนผมขอกลับโดยอ้างว่า อริผมคงหลับไปแล้ว คงไม่มีอะไร หลังออกมาจากห้อง ต้องหลบซ่อนตัวจากเจ้าหน้าที่อีก ถามตัวเองว่ากูจะไปนอนที่ห้องกูจริงหรอ ก็ได้บอกกับตัวเองไปอย่างเคย กลัวมันแอบต่อยกูตอนหลับ ผมเลยไปอาศัยห้องนักเรียนหญิงที่มาด้วยกันชื่อโอ เกือบตีหนึ่งแล้ว ผมไปเคาะห้อง กลัวผิดห้องด้วย กลัวเจ้าหน้าที่ได้ยินด้วย กลัวมันไม่มาเปิดห้องให้ด้วย สักพักใหญ่ร่างใหญ่ๆของโอก็มาเปิดประตูให้ อ้าวพี่เอ โอทัก ผมบอกต่อไปอย่างที่ต้องการ คืนนี้ขอนอนด้วยนะ (ง่ายมั้ยล่ะ แต่อย่าคิดมากนะเฟ้ย) เห็นมันไม่หือไม่อือ มันเดินไปที่นอนของมันเลย ผมก็เลยปิดประตู สำรวจรอบๆห้องในความมืด โหห้องสาวๆบ้าอะไรฟ่ะ โคตรรกเลย หลับกันเป็นตายกรนกันโครกคราก ผมเลยหาที่นอนเอาเองตามเกิดมามี เอาริมกระจกติดม่านนี่แหละ บนหัวเป็นโต๊ะเครื่องแป้ง เพลียโคตร ถึงคืนนี้จะต้องนอนลำบาก แต่ก็คงปลอดภัยตู๊ด และ กำปั้นตอนหลับใหล
    เสียงจุ๊บจิ๊บๆ เจี้ยวจ้าวยามเช้าทำให้ผมตื่นจากคืนที่แสนทรมาน พวกเธอตื่นหมดแล้ว ภาพที่ผมเห็น ทำเอาแทบบ้า พวกมันไม่รู้เลยหรือว่ะว่ากูเข้ามาเมื่อคืน หล่อนๆกำลังอาบน้ำอยู่บ้าง ปะdอยู่บ้างรออาบน้ำอยู่บ้าง เสียสายตาจริงๆ ผมเลยทำเป็นค่อยๆพลิกตัว ให้เขาค่อยๆรู้ ไม่ตกใจมาก โอที่รออาบน้ำอยู่รองเรียกผม อ้าวพี่เอมาไง ผมทำเป็นตื่นขยี่ตา ก็เมื่อคืนมาเคาะประตู และเล่าเรื่องสั้นของเมื่อคืนให้ฟัง แล้วผมก็กลับไปห้องผม เช้านี้เป็นวันกลับ หลังจากกินเลี้ยงกันเมื่อคืนนี้ ผมไปห้อง โชคดีอริไม่อยู่ และโชคดีอีกอย่าง ของผมอยู่ครบ ถ้ามันบ้าๆ เหมือนผมนะ ผมจะเอา กางเกงในมันออกไปโปรยนอกหน้าต่าง 555 (คิดไม่ถึงล่ะสิ) ผมรีบอาบน้ำเพราะสายมากแล้ว ก่อนลงไปที่รถ และเดินทางกลับ
    หลังจากวันนั้นมาผมไม่ได้เจอโอ๋อีกเลย พัทยาวันนี้ก็เหมือนวันเก่าๆ มีผู้คนมากมาย ผ่านไปและก็ผ่านมา คนคู่หนึ่งอาจเดินสวนทางกัน เป็นสิบครั้งโดยไม่ได้รู้จักกัน และคนคู่นี้ก่อนที่จะเจอกัน ไม่รู้เราเคยเดินสวนกันบ้างหรือเปล่า แต่จากเวลา 11 ปีที่ไม่ได้เจอกัน ไม่ต้องถามว่าอยากเจออีกไหม แต่จะตอบว่า "อยากเจอใจจะขาด"
    March 21

    กลับจากหาดใหญ่

    ไปตั้งแต่เช้าวันเสาร์ กลับวันอังคาร 8 โมงเช้า ไปทำงาน ทำเสร็จจริงๆวันอาทิตย์ดึกๆ ก็ถือว่าสบายใจไปเยอะหลังงานเสร็จ เพราะเจอปัญหาที่นี่เยอะเหมือนกัน วันจันทร์เจอนิตอนเย็น ไปกินข้าวกันที่ป่ายาง คุยกันไปเรื่อยเปื่อย ขากลับให้ไปส่งที่บ้านต่าย หลังนิกลับไปผมนั่งคุยกันเพื่อนเก่า โชคดีเจอเจตต์ด้วย คุยกันไปสนุกสนาน เพราะนานมากแล้วไม่ได้คุยกันเลย มีคุยเรื่องการทำระเบิดด้วย เข้ากับบรรยากาศจริงๆ สักพักกลายเป็นวงเหล้า แล้วกลายต่อไปเป็นวงพนัน เล่น น้ำเต้า ปู ปลา กัน สนุกๆ เที่ยงคืน วี ตามมาสมทบ เลยเล่นกันเพลินเลย ต่ายมาส่งที่โรงแรม ตีสองกว่าๆ หาข้าวกินแล้วขึ้นนอน หกโมงเช้า ลงมาเช็คเอาท์ หารถไปสนามบิน กลับกรุงเทพ
    February 27

    กลับไปนอน

    อยู่ที่ทำงานก็อยากกลับไปนอน พอถึงบ้านแล้วก็อยากทำงาน เฮ้อออ.. ทำไมเป็นคนอย่างนี้ แล้วพอวันรุ่งขึ้น มาทำงานก็อยากนอน เวรจริงๆ ธรรมชาติสาปส่งให้ทำงานเป็นยามมากกว่ามั้งงงง.. ยังไงก็แล้วแต่ สัตว์โลก(อย่างกู)ต้องเป็นไปตามกรรม เลือกเกิดไม่ได้ เลือกทำความดีได้(ความเลวก็เลือกได้เช่นกัน - -") แล้ววันนี้จะเลือกอะไรในการทำดีล่ะ ขอถามก่อน คิดถึงใครบางคนเนี่ย มันแล้วหรือมันดีหว่า... 555 คงคิดว่าดีล่ะสิ แต่ถ้าใครคนนั้นเปงเมียคนอื่นล่ะเช่น เมียเพื่อน 555 ว่าตูเลวล่ะสิ แต่ถ้าคนนั้นเป็นผู้ชายที่เราแอบยิ้มให้กัน 555 ก็หาว่าตูวิปริตอะดิ แต่ยังไงก็ตามการคิดถึงก็ทำให้สมองได้ทำงานไปพร้อมกับหัวใจ สมองคิดถึงเธอ หัวใจเต้นแรงขึ้นทุกครั้งที่สมอง process คำว่า"เธอ"จากความว่างเปล่าให้เป็นภาพดวงหน้าของเธอลอยเด่นในความทรงจำ ความสุขอะไรฉะนี้ เฮ้อ กลับร่ะ เซ็ง
    February 21

    กลางๆ

    ถ้ามันมากเกินไป ก็ลดๆมันลงมา
    ถ้ามันน้อยเกินไป ก็อย่างให้มันต้องหายไป เพิ่มมันขึ้นมาหน่อย
     
    อย่าให้อะไรเพิ่มมากเกินไปจนล้น
    อย่าให้อะไรลดลงจนหืดหาย
     
    จงรักษาระดับการเต็นของหัวใจให้คงที่
     
    พฤติกรรมฉาบฉวยบางอย่างอาจทำให้มึงแขว ไม่เป็นไร มันดูออก
    แต่ขอให้มึงเอาสมองคิด อย่าเอาหัวใจคิด คำตอบที่ได้มันต่างกัน
    แล้วค่อยดูว่า มันคืออะไร คิดได้แล้วอย่าเสียดาย แต่อย่าลืม ระดับการเต้นของหัวใจต้องเท่าเดิม
     
    มันจะไปหรือมันจะอยู่ มึงจงทำตัวเหมือนเดิม แล้วมึงจะเห็นเอง
    ว่านั่นคือ รักลวง หรือ รักจริง
     
    โลกนี้ไม่มีใครมาดูแลมึง มึงต้องดูแลตัวเอง
     
     
    February 17

    เบื่อ

    โอ้ยๆๆๆๆ เบื่อๆๆๆๆๆ อยากไปให้มันไกลๆโว้ยยยยยยย เฮ้ออออออ ว๊ากกกกกกกกกกกกกก จ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก   อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก
     
    เฮ้อ นอนดีกว่า